Thursday, 3 July 2014

เรียนในอังกฤษ

          พื้นฐานของระบบการศึกษาใน England จะคล้ายคลึงกับใน Wales และ Northern Ireland ยกเว้น Scotland ที่มีระบบการศึกษาเป็นของตนเองต่างหาก
School in England
โรงเรียนจะเปิดให้เข้าออกเป็นเวลา ไม่เปิดประตูทิ้งไว้ค่ะ

          เด็กนักเรียนประมาณ 95% จะเรียนโรงเรียนของรัฐบาล (เรียนฟรี) อีก 5% สำหรับผู้ปกครองที่มีฐานะดีมักจะส่งลูกหลานของตัวเองเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน  ส่วนนักเรียนต่างชาตินั้นมีสิทธิลงเรียนในโรงเรียนเอกชนเท่านั้น (เสียเงินเรียน) 
            
          การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่ 5-16 ปี เด็กอังกฤษทุกคนต้องเรียนหนังสือ เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่ต้องส่งลูกเรียน ถ้าไม่ปฏิบัติตามมีความผิดตามกฎหมาย

หมายเหตุ ในปี 2014 ได้มีการ up date ระบบการศึกษาเพิ่มเติมกรณีการศึกษาภาคบังคับ
                  รายละเอียดตามลิงค์  https://www.gov.uk/know-when-you-can-leave-school

           เรามาเริ่มต้นตั้งแต่เด็กเล็กกันค่ะ จะขอกล่าวถึงกรณีเด็กลูกครึ่งบริติชไทยนะค่ะ กรณีลูกสาวหรือลูกชายของคุณคลอดในอังกฤษและได้สัญชาติบริติชเรียบร้อยแล้ว ก็มีสิทธิเหมือนเด็กนักเรียนอังกฤษทุกอย่าง  โดยมากเด็กที่นี่จะเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล (Nursery) ใกล้บ้าน เหมือนกับจองโรงเรียนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ 2 ขวบเลยก็ว่าได้ เด็กเล็ก 2-4 ขวบ จากนั้น 4-5 ขวบเลื่อนชั้น YR (Year Receptions) 1 ปี 

         จากนั้นก็เข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับ โดยมีภาคเรียนเริ่มต้นในเดือนกันยายนและสิ้นสุดปลายเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป โดยแบ่งเป็น 3 ภาคเรียน คือ 
         1. Autumn Term ช่วงประมาณเดือนกันยายนถึงปลายเดือนธันวาคม
         2. Spring Term ช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงปลายมีนาคมหรือต้นเมษายน
         3. Summer Term ช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม

ระดับการศึกษา

1. ประถมศึกษา Primary school  Year 1 - Year 6 อายุ 5-11 ปี (คล้ายๆกับ ป.1-ป.6 บ้านเรา) 
    
    Year 1 กับ Year 2 เรียกว่า Infants
    Year 3 ถึง Year 6 เรียกว่า Juniors  
    ในระดับประถมศึกษานักเรียนจะได้เลื่อนชั้นจาก Year 1 ถึง Year 6 โดยไม่ต้องสอบ แต่จะมีการทดสอบความสามารถของเด็กเมื่ออายุ 7 ขวบ

2. ระดับมัธยม form ในอังกฤษ form หมายถึง ชั้นปีที่เรียน ของเด็กนักเรียนระดับมัธยม ที่ต่อจาก Primary school

    first form      อายุ 12 ปี (ม.1)
    second form อายุ 13 ปี (ม.2)
    third form     อายุ 14 ปี (ม.3)
    fourth form   อายุ 15 ปี (ม.4)
    fifth form      อายุ 16ปี (ม.5) จบแล้วออกมาแล้วไปทำงานได้เลย
    sixth form     อายุ 17 & 18  ใช้เวลาเรียน 2 หรือ 3 ปี เพื่อนเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย

เมื่อเข้าสู่ระบบการศึกษาระดับ fifth form แล้ว  (ม.5) นักเรียนจะเริ่มเตรียมตัวสอบ General Certificate Secondary Education หรือ GCSE หรือสอบไล่ของ fifth form ณ ตอนนั้นเด็กนักเรียนจะอายุ 16 ปี นั่นเอง และเด็กนักเรียนสามารถนำผลสอบ GCSE ไปแสดงต่อนายจ้างเพื่อเข้าทำงาน หรือเพื่อไปเรียนต่อโรงเรียนอาชีวศึกษา หรือเพื่อเข้าเรียน sixth form college ต่างๆ ซึ่งนักเรียนที่อายุ 16 ปี จะต้องสอบ GCSE ทุกคน ไม่ว่าจะไปเข้าเรียนต่อ sixth form เพื่อสอบเอา A -Level และเข้ามหาวิทยาลัยต่อหรือไม่ก็ตาม  โดยทั่วไป นักเรียนที่ประสงค์เข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยจะเตรียมสอบ A-Level สามหรือสี่วิชา ยิ่งได้คะแนนสอบสูงเท่าใด โอกาสที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยก็ยิ่งสูงเท่านั้น

A-Level (Advanced level) หมายถึงการสอบวัดผลในวิชาหลักสำหรับนักเรียนที่มุ่งจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย สอบเมื่อเรียนจบระดับ sixth form (ซึ่ง form นั้นต้องใช้เวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 2 ปีและอายุครบ 18 ปี) การสอบ A level เป็นเงื่อนไขหรือคุณวุฒิที่มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเป็นตัวกำหนดในการพิจารณารับให้เข้าเรียนในสาขาวิชาหนึ่งวิชาใดจะต้องสอบผ่าน A level วิชาหลักที่สอนกันเป็นพิเศษใน sixth form ได้อย่างน้อย 2 หรือ 3 วิชาหลัก เป็นต้น

3. ปริญญาตรี หลักสูตรปริญญาตรีในอังกฤษใช้เวลาเรียน 3 ปี และมีการสอบปลายภาคก่อนจบการศึกษา สำหรับนักศึกษาต่างชาติมีเกณฑ์การสอบเข้าคือมีทักษะ ด้านภาษาอังกฤษ (ขั้นต่ำ IELTS 6.0) และอีกหนึ่งปีการศึกษาระดับมัธยมปลายเพื่อเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัยหรือ University Foundation Year

4. ปริญญาโท MBA และ ปริญญาเอก (ขอไม่กล่่าวในรายละเอียดนะคะ)

preschool เป็นการเรียนรู้เริ่มต้นของเด็กก่อนวัยเรียน มีจุดหมายเพื่อส่งเสริมให้เด็กอายุระหว่าง 2-5 ปี ได้เรียนรู้การเล่นและพัฒนาการ จะเริ่มจากการเรียนรู้ที่บ้านของเด็กก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ primary school

comprehensive school เป็นโรงเรียนมัธยมทั่วไปของรัฐบาล และไม่ต้องมีการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าเรียนแต่อย่างไร

grammar school เป็นโรงเรียนหลวงระดับมัธยมประเภทพิเศษ ที่จะต้องมีการสอบเข้าเรียนต่อจากระดับประถม เรียกการเข้าเรียนดังกล่าวว่า test into  เด็กที่เข้าเรียนได้ จะต้องมีคะแนนสูงกว่าปกติ สูงกว่าตอนที่สอบประถมปลาย 11-plus exam อาจเรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้

public school เป็นโรงเรียนราษฎร์สำหรับลูกหลานคนชั้นสูงหรือคนที่ร่ำรวย โดยเก็บค่าเล่าเรียนและต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งแพงมาก ถึงแม้จะใช้คำว่า public แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่โรงเรียนหลวงหรือโรงเรียนของรัฐบาลแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ใช้โรงเรียนที่เปิดรับลูกหลานคนทั่วไปเข้าเรียนด้วย ใครที่ผ่าน public school มาแล้วส่วนใหญ่ก็จะสามารถเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดหรือเคมบริดจ์


No comments:

Post a Comment